สุดสลด!! พ่อกล่อมลูกหลับ แล้วขี่บิ๊กไบก์ออกจากบ้านถูกตีนผีซิ่งฝ่าไฟแดงชนเละ เมียร่ำไห้ใจจะขาด เศร้าลูกติดพ่อมาก

พ่อลูกอ่อนกล่อมลูกวัย 2 ขวบนอนหลับ ก่อนขับบิ๊กไบก์ตามเมียออกจากบ้าน สลดเจอรถฟอร์จูนเนอร์ฝ่าไฟแดง พุ่งชนกระเด็นดับคาที่ คนขับหลบหนี เมียเห็นศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้โฮ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.มนัส แก้วจินดาคำ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ถูกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนที่บริเวณ สี่แยกบายพาสบ้านกร่าง ถ.พิษณุโลก–สุโขทัย ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน201612161134596-20041022171637ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูจุดเกิดเหตุกันเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 8151 พิษณุโลก ด้านหน้ามีร่องรอยการชนอย่างแรงสภาพพังยับเยิน ส่วนคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้อาศัยช่วงชุลมุนหลังเกิดเหตุหลบหนีไป201612161134592-20041022171637บริเวณด้านหน้ารถฟอร์จูนเนอร์พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ Benelli สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กง 4389 พิษณุโลก สภาพพังยับเยินเศษซากกระจายเกลื่อนถนน ล้อด้านหน้าหลุดแยกออกจากตัวรถ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิตติโชค ผลชล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/2 ม.3 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาล เสื้อยืดกีฬาด้านใน กางเกงขายาวสีน้ำตาล ศีรษะแตกมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก กระดูกหักหลายแห่ง เสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ โดยมีภรรยาสาวของนายกิตติโชค เดินทางมาที่เกิดเหตุและร้องไห้ตลอดเวลา เพราะผู้ตายมีลูกน้อยด้วยกัน อายุเพิ่ง 2 ขวบ และลูกนั้นติดพ่ออย่างมาก201612161134595-20041022171637จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ตนขี่รถตามจักรยานยนต์บิ๊กไบก์คันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าเมืองพิษณุโลก จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจังหวะที่ไฟสัญญาณฝั่งที่ตนขับขี่มาเป็นไฟเขียว รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์จึงเร่งเครื่องเพื่อให้ทันไฟเขียว และเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้ฝ่าสัญญาณไฟมาชนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เข้าอย่างจัง ทำให้ร่างของนายกิตติโชคกระเด็นจากจุดที่ชนลอยตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถยนต์คันก่อเหตุได้เปิดประตูรถลงมาแล้วเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว201612161134594-20041022171637นายวิรัช เทพสกุล อายุ 49 ปี พ่อตาของนายกิตติโชค ผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายกิตติโชคกับภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนอยู่กันที่บ้าน โดยนายกิตติโชคได้กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ เพราะว่าลูกติดนายกิตติโชคมาก ซึ่งก่อนจะออกไปไหนต้องกล่อมลูกให้นอนหลับเสียก่อน หลังจากลูกหลับเรียบร้อยแล้ว นายกิตติโชคและภรรยาได้พากันเดินทางไปบ้านที่หมู่บ้านเอื้ออาทรพลายชุมพล โดยภรรยาได้ขับรถยนต์ออกไปก่อน ส่วนนายกิตติโชครอกล่อมลูกให้หลับแล้วขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ตามหลังมา กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้มาทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป201612161134597-20041022171637201612161134598-20041022171637201612161134599-20041022171637201612161134593-20041022171637

ที่มา>>>ข่าวสด

“มิว” เปิดใจแค่ไปกินข้าว ยันกลุ่มดาราไม่เกี่ยวตื้บลูกนายพล

จากกรณีนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือเจมส์ อายุ 23 ปี ลูกของพล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผบ.มทบ.38 ถูกการ์ดของมาลินสกายกลางเมืองเชียงใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนเจ็บสาหัส ดั้งจมูกหัก ฟันแตกและตาซ้ายมีปัญหามองไม่เห็น เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเหยื่ออ้างจะเข้าห้องน้ำในผับแต่การ์ดห้ามไว้ เพราะกลุ่มดาราชื่อดังใช้อยู่s__22790186เมื่อวันที่ 27 พ.ย. มิว-นิษฐา เผยว่า “เหตุการณ์ในวันนั้นพวกเรา มิว พี่แต้วและพี่หมาก ถ่ายละครเสร็จแล้ว พี่ทีมงานสนิทกับพี่อุ้ม-ลักขณา เลยชวนไปร้านอาหารอยู่บนดาดฟ้าเราก็สนุกกันในโต๊ะของเรา ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกว่าเขาเป็นคนของร้าน ถ้ามีอะไรก็บอกเขาได้ อย่างถ้ามีคนมาขอถ่ายรูปก็บอกเขาได้ ซึ่งมิวก็รับทราบเราก็อยู่ของเรา ไปเข้าห้องน้ำออกมาก็ไม่มีอะไรทุกอย่างสงบ ก็มีคนมาขอถ่ายรูปบ้างปกติ ที่มีข่าวว่าแก๊งดาราสั่งการ์ดกระทืบพวกเรางงมากs__22790190วันนั้นไม่มีอะไร ช่วงประมาณห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ เพราะวันนั้นพี่แต้วและพี่หมากมีถ่ายละครเช้า วันต่อมาก็เห็นมีชื่อพวกเราในข่าวว่าไปรุมกระทืบด้วยก็เลยงงมาก ระหว่างอยู่ในร้านตนไม่เห็นคนทะเลาะกันเลย ตนก็ไปเข้าห้องน้ำกันปกติ นั่งสนุกกันต่อข้างบนและส่วนตัวก็ไม่ได้สังเกตใคร ถามว่าเคยเห็นหน้าผู้เสียหายไหม มิวไม่เคยเห็นเลย ไม่ได้สังเกตใครด้วยเพราะร้านใหญ่คนเยอะ แต่มาเห็นตอนจะกลับว่ามีคนมุงๆ อะไรกัน แต่เราก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ เพราะเราก็จะกลับกันอยู่แล้ว มันดึกแล้ว”

เมื่อถามว่า คิดว่าเราเป็นต้นเหตุในการใช้สิทธิพิเศษอะไรไหม “ไม่ได้มีการกั้นห้องน้ำเพื่อให้เราเข้า ห้องน้ำมันเป็นห้องน้ำหญิงสองห้องมิวก็ไปเข้ากับพี่แต้วคนละห้องก็เต็มแล้วตอนที่เราไปก็ยังต่อคิวกันอยู่เลย ส่วนตัวก็งงว่าเราใช้สิทธิ์อะไร ถามว่าเราได้ยินไหม ที่พี่บอลแฟนพี่อุ้มตะโกนว่าเขามีแฟนเป็นดาราเขาเป็นเจ้าของที่นี่จะทำอะไรก็ได้ เราไม่ได้ยินและส่วนตัวก็ไม่รู้จักแฟนอุ้ม”

ล่าสุดเพื่อนผู้เสียหายออกมาโพสต์ว่าการ์ดที่ทำร้ายร่างกายไม่ใช่การ์ดของดารา “ก็ขอบคุณมากที่ออกมาเล่าความจริงให้ทุกคนฟังกัน เพราะถ้ามิวเล่าเองคนก็จะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ทางฝั่งนั้นพูดก็ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น และมิวก็ยืนยันว่าไม่ใช่การ์ดดารา พวกเราไม่ได้ถูกจัดให้นั่งอยู่ในโซนวีไอพี บริเวณที่นั่งเป็นโซนปกติเหมือนคนทั่วไปและไม่มีการ์ดอยู่รอบๆ ตัวเรา”

ตั้งแต่เกิดเรื่องคุยกับอุ้มหรือยัง “ยังไม่คุยเลยเพราะไม่ได้สนิทกัน ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ตอนแรกยังขำๆ กับตัวเองอยู่เลยว่าเราเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่พอเห็นว่าเรื่องใหญ่ก็ตกใจเหมือนกัน”

แม่ผู้เสียหายบอกว่าทำไมดาราไม่ช่วยห้าม “ตอนนั้นมิวไม่เห็นด้วยว่าเขามีเรื่องอะไรกัน เห็นแค่มีคนมุงอยู่มุมนึง ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน เพราะเราจะกลับอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้มีใครบอกให้กลับเราตั้งใจจะกลับกันอยู่แล้ว ถ้าต้องไปให้ปากคำ มิวกล้ายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมิว แต่ถ้าตำรวจต้องการสืบสวนก็ยินดี”

ข่าวนี้มีผลกระทบกับเราไหม “บางคนที่เขาอ่านข่าวก็เชื่อไปตามข่าวนั้น ก็อยากให้ใช้วิจารณญาณ ส่วนตัวมิวเป็นนักแสดงเรารู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เราไม่เอาชื่อเสียงของเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว ส่วนผู้ใหญ่ยังไม่มีเรียกไปคุยถึงเรื่องนี้ มิวยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนักแสดงเลย เราไม่รู้เรื่องหรือยุ่งเกี่ยวอะไรเลย การ์ดไม่ได้มากับเรา ด้านครอบครัวก็ไม่ถามอะไรมาก เพราะเขารู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริงแค่พาดหัวให้ดูรุนแรงเกี่ยวกับพวกเราเท่านั้นเอง”

ที่มา>>>ข่าวสด

น้ำตาไหลท่วมฝาย…เด็กนักเรียนจมน้ำตายพร้อมกัน 3 ศพ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ร.ต.ท.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากกู้ภัยอรัญประเทศ ว่า มีเหตุเด็กนักเรียนไปเล่นน้ำจมน้ำเสียชีวิต 3 คน เหตุเกิดที่ฝ่ายกั้นน้ำแก้มลิงบ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านหลายร้อยคนมายืนมุงดูกู้ภัยงมศพนักเรียนที่จมน้ำ หลังกู้ภัยภัยใช้ตะขอ 3 ง่ามลากประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ไปเกี่ยวเอาศพของเด็กหญิง นพมาศ หรือน้องครีม มีอาสา อายุ 13 ปี ชาวต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ หลังนำศพขึ้นมาได้สักครู่ นายสุเทพ มีอาสา อายุ 45 ปี พ่อของน้องครีม ก็รีบเดินทางมายังที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นศพลูกสาวถึงกับเข่าทรุด ต่อมานางน้อยซึ่งเป็นย่าของน้องครีมก็เดินทางมาดูศพหลานสาว พอเห็นศพหลานถึงกังร้องไห้เป็นลมญาติต้องเข้าประคองออกไปด้านนายประเสร็ฐ อายุ 48 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ขณะตนเองกำลังทำไฟฟ้าอยู่ที่เสาข้างทางริมถนนใกล้กันกับฝายแก้มลิงที่เกิดเหตุ มีเด็กขี่รถจักรยานยนต์ มาบอกตนเองว่า เพื่อนของตนเองจมน้ำอยู่ให้มาช่วยหน่อย ตนเองจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์บึ่งมาแล้วรีบลงไปช่วย ขณะนั้น มีสองแม่ลูกกำลังจะจมน้ำอยู่แล้ว เพราะกำลังผลุบๆโผล่ๆ ตนเองจึงรีบกระโดดลงไปช่วย และสามารถช่วยขึ้นมาได้แค่ 2 คนแม่ลูกเท่านั้น ส่วนเด็กอีก 3 คน จมน้ำไปต่อหน้าต่อตาตนเอง

ด้านเด็กหญิงอายุ 11 ปี ผู้รอดชีวิต บอกว่า ตนเองมาเล่นน้ำที่ฝายโดยมาด้วยกัน 7 คนผู้ชาย 3 ผู้หญิง 3 รวมทั้งแม่ด้วย เป็น 7 คน หลังลงไปเล่นปรากฏว่าน้ำแรงมากพัดพวกตนลอยไปกลางฝาย แม่เห็นจึงกระโดดลงไปช่วยลากพวกตนโดยการจับต่อกันมาเป็นแถว แต่ขณะแม่จับมือลากมา เพื่อนที่ใกล้จะจมน้ำได้เข้ามากอด จึงทำให้หมดแรง แต่ก่อนจะจมก็มีคนโดดลงมาช่วย แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนพี่สาวฝาแฝดแม่ช่วยไว้ไม่ได้จึงจมน้ำไปกับเพื่อนๆ รวม 3 คน ขณะนี้เพิ่งงมศพขึ้นมาได้เพียงศพเดียวเท่านั้น ยังเหลืออีก 2 ศพ

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ 14 ซิ่ง จยย. แซงกระบะทางโค้งมืด ประสานงา จยย. บาดเจ็บสาหัส สุดท้ายดับ

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ร.ต.อ.เชวงศักดิ์ บำรุงนอก ร้อยเวร สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา  รับเเจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชน  ประสานงากับ  รถจักยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย บนถนนสาย เสนา-ผักไห่ บริเวณหมู่ 3 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลเสนา และหน่วยกู้ภัยอยุธยา

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน กพน 830 พระนครศรีอยุธยา  พลิกคว่ำอยู่กลางถนน สถาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนรถกระแจกกระจายอยู่เต็มถนน โดยมี ด.ช.พิชยา ศรีมณฑา อายุ 14 ปี เป็นผู้ขับขี่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน  ถูกรถทับกลางลำตัวเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันยกรถออก ก่อนทำการปั๊มหัวใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีขาทั้งสองข้างหัก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ  สีดำ หมายเลขทะเบียน 4กณ 975 กรุงเทพมหานคร อยู่ข้างทาง  โดยมีนายศิริวัฒน์ แจ่มจ้นทร์ อายุ 19 ปี เป็นผู้ขับขี่ นอนรอความช่วยเหลืออยู่ข้างทาง ได้รับบาดเจ็บนิ้วชี้ข้างซ้ายขาด ขาซ้ายมีแผลฉีกขาด จากนั้นหน่วยกู้ภัยอยุธยาพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลเสนา ได้เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเสนาเพื่อทำการรักษา ซึ่งต่อมา ด.ช.พิชยา ได้เสียชีวิตลงจากการถามนายสมบุญ มงคลทรงชัย อายุ 25 ปี เล่าว่า นายศิริวัฒน์ แจ่มจันทร์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากตลาดเสนาเพื่อกลับบ้านพักที่ ต.บ้านแพน พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ได้มีรถ จยย. ของ ด.ช.พิชยา ศรีมณฑา ได้ขับแซงรถยนต์กระบะขึ้นมา ประกอบกับจุดเกิดเหตุนั้นเป็นที่มืด และเป็นทางโค้ง จึงทำให้รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันชนประสานงากันเข้าอย่างจัง เสียงดังสนั่น จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

คุมตัวหนุ่มตกงานควงอิโต้ชิงทรัพย์มินิมาร์ทซ.ลำลูกกา27 สารภาพแค้นที่ถูกไล่ออก

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธานนท์ รอง ผกก. พ.ต.ท.ปรากฎ นาคใหญ่  สว.สส.สภ.คูคต พร้อมชุดสืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน คุมตัวผู้ต้องหา ทราบชื่อคือนายพรเทพ หรือกอล์ฟ แซ่ทั้ง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/594 หมู่ 14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 1,536 บาท 2.มีดทำครัว จำนวน 1 เล่ม 3.เสื้อผ้า ชุดที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ชุด 4.รองเท้าแตะ จำนวน 1 คู่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธมีดอิโต้ จี้ชิงทรัพย์ภายในมินิมาร์ท ร้านแฟมิลี่มาร์ท สาขา 4539 ปากซอยลำลูกกา 27 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่น.ส.ศิริพร เมฆพรม พนักงานมินิมาร์ทให้บริการอยู่ที่เคาเตอร์ฯ แล้วชิงทรัพย์เป็นเงินสดในเครื่องเก็บเงินหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. โดยหลังจากก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่พบว่าคนร้ายใส่หมวกคุมปิดบังใบหน้า ถืออาวุธมีดแบบอิโต้ เข้ามาภายในร้าน แล้วใช้อาวุธมีดกดหันกล้องวงจรปิดให้ไม่สามารถจับภาพขณะก่อเหตุ จากนั้น ใช้อาวุธมีดจี้บังคับพนักงานให้เปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน ชิงทรัพย์เงินสดหลบหนีไป สามารถจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากสถานที่ก่อเหตุประมาณ 200 เมตร นายพรเทพ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานที่ร้านมินิมาร์ทดังกล่าว แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากมีปัญหาเรื่องยอดเงินที่จะส่งบริษัทฯ หายไปจำนวน 100 บาท จากนั้น ตนจึงถูกไล่ออก จึงเกิดความรู้สึกแค้นที่ถูกไล่ออกจากงาน ซึ่งตนเองก็ตกงานอยู่ จึงใช้อาวุธมีดที่มีอยู่ในห้องเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว แต่ไม่คิดว่าพนักงานจะจำลักษณะของตนได้ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้

พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้ามินิมาร์ท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 03.30 น. เป็นคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร เข้าไปในร้าน ใช้มีดขู่จะทำร้ายบังคับเอาทรัพย์สินไป เมื่อเข้าไปสอบสวนพนักงานของร้าน ซึ่งถูกก่อเหตุ ได้ทราบว่าคนร้ายมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพนักงานคนเก่าที่เพิ่งออกจากงานไป และทราบว่าพักอาศัยอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ จึงตรวจสอบประวัติเดิมของพนักงาน ประกอบกับรูปพรรณของคนร้ายที่สามารถตรวจสอบได้จากภาพกล้องวงจรปิด

ต่อมาเวลา 07.30 น. จึงเดินทางไปยังหอพักภายในซอย เมื่อไปถึงห้องดังกล่าวพบว่าประตูถูกเปิดทิ้งเอาไว้ และพบรองเท้าแตะของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกบุคคลภายในห้องพบว่าอยู่ภายในห้องน้ำ สวมเสื้อสีดำ และมีอาการตกใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงสอบสวนจนยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง พร้อมทั้งแจ้งว่าเกิดความคับแค้นใจที่ถูกไล่ออกจากงาน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาก่อเหตุชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธปิดบังใบหน้า หรือรับของโจร

ที่มา>>>ข่าวสด

เบนซ์รองกงสุลกิตติมศักดิ์รัสเซีย อัดท้ายหกล้อสามแยกภูเก็ต ดับคาที่

รองกงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำภูเก็ต พังงา และกระบี่ ขับเบนซ์พุ่งชนท้ายหกล้อกลางสามแยกศาลเจ้านาคา ภูเก็ต ร่างอัดก๊อบปี้เสียชีวิตคาเบาะ ตร.สภ.วิชิต คาดอาจหลับใน หลังไม่พบรอยเบรก

เมื่อเวลา 01.58 น. วันที่ 18 พ.ค. 59 ร.ต.ท.หญิงพัชรี วงษ์บุญ รอง สว.สส.สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ บริเวณสามแยกศาลเจ้านาคา ถ.ดาวรุ่งตัดใหม่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ตมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในรถ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต นำกำลังสายตรวจ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบพร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น อี 250 สีดำ ทะเบียน กน 78 ภูเก็ต สภาพด้านหน้ารถฝั่งคนขับพุ่งชนอัดกับท้ายรถบรรทุกหกล้อขนส่ง ทะเบียน 77-1290 กรุงเทพมหานคร ทำให้กระจกรถเบนซ์แตกกระจาย หน้ารถพังเสียหายยับเยิน ภายในรถพบศพคนขับถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่กับเบาะ หน่วยกู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างออกมา ทราบชื่อ นายสันติ อุดมกิระทักษ์ อายุ 50 ปี รองกงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธรัฐรัสเซีย ประจำจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ และยังเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต สภาพศพเลือดอาบร่าง จากนั้นนำส่งชันสูตรที่ รพ.วชิระภูเก็ต พร้อมให้เจ้าหน้าที่ลากรถออกจากบริเวณนำไปไว้ที่ สภ.วิชิต เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนรถบรรทุกหกล้อเสียหายบริเวณด้านท้ายเล็กน้อยเบนซ์รองกงสุลกิตติมศักดิ์รัสเซีย อัดท้ายหกล้อ ดับอนาถ คาดหลับใน

จากการสอบสวนและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่า นายสันติ ขับรถมาตาม ถ.ดาวรุ่งตัดใหม่ เตรียมเลี้ยวซ้ายไปยัง ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต เพื่อกลับบ้านพักในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต แต่เมื่อมาถึงบริเวณสามแยกที่เกิดเหตุอาจหลับใน ทำให้พุ่งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อที่อาจจอดติดไฟแดง หรือกำลังจะชะลอเลี้ยวเข้าอย่างแรง จนส่งผลให้เสียชีวิตดังกล่าว เนื่องจากที่พื้นถนนบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเบรกของรถเบนซ์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

เมียเหยื่อฆ่ายกครัว ดูหน้าสามี-ลูกครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า

ร้องไห้ปริ่มขาดใจ เมียเปิดฝาโลงดูหน้าสามี-ลูกชาย ถูกฆ่ายกครัว 2 ศพเป็นครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า ขอ ตร.ทำคดีให้ถึงที่สุด ด้านแม่ยาย อยากให้ประหารให้สาสม จับคนร้ายที่เหลือมาให้หมด…

จากกรณีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ไล่ยิงฆ่ายกครัวทำให้นายสุเทพ รอดสุก อายุ 29 ปี และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก ลูกชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตคาที่ บริเวณพงหญ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รู้ใครยิงพ่อ-ลูกดับ ตร.เมืองคอน จ่อออกหมายจับ คุ้มกันแน่นเมียผู้ตาย ส่วนนางวาสนา โสภิณ อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 7 ขวบ เมียและลูกสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ออกหมายจับนายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเดินทางมามอบตัว พร้อมปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ร่ำไห้แทบขาดใจ! สาวถูกยิงยกครัว วอนพาออก รพ. ไปงานศพลูก-ผัว

ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ 2 พ่อลูก ที่บ้านเลขที่ 170 บ้านมะม่วงตลอด หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โดยนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือก นั่งร่วมทำพิธีด้วยอาการโศกเศร้าตลอดเวลา โดยนางวาสนา ได้กล่าวทั้งน้ำตาขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือติดตามคดีจนสามารถจับกุมคนร้ายมาได้แล้ว 1 คน และทราบว่ากำลังจะจับเพิ่มอีกหลายคน ซึ่งตนขอขอบคุณมาก อย่าให้ลูกและสามีของตนต้องตายเปล่า ขอให้ช่วยเรื่องคดีจนถึงที่สุด อย่าให้คนร้ายลอยนวลด้านนางวรรณา โสภิณ อายุ 58 ปี มารดาของนางวาสนา กล่าวว่า หลังจากลูกสาวออกจากโรงพยาบาล เพื่อมาร่วมงานศพสามีและลูกครั้งสุดท้าย โดยมีอาการเสียใจตลอดเวลาร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน อยากฆ่าตัวตายตามสามีและลูกไปด้วย ซึ่งตนและญาติๆได้คอยปลอบใจจนดีขึ้นบ้าง แต่ต้องเฝ้าดูแลไม่ห่างเพราะกลัวลูกสาวจะคิดสั้น

“อยากขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งจับกุมคนร้ายที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้จนคดีถึงที่สุด และอยากให้ประหารชีวิตคนร้ายทุกคนไปเลย ให้สาสมกับที่เขาทำกับหลานชายและลูกเขย เพราะที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยเป็นศัตรูกับใครเลย นอกจากคนร้ายกลุ่มนี้ที่มีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง อยากให้ตำรวจจับกุมให้หมดและดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อนั้นตนและลูกสาวก็จะนำศพนายสุเทพและลูกชายขึ้นมาทำการฌาปนกิจศพอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อเรื่องของคดีได้รับความเป็นธรรม”สำหรับบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีการเคลื่อนโลงศพ 2 พ่อลูกจากบ้านพักไปยังวัดมะม่วงตลอด เพื่อเก็บศพ 2 พ่อลูกไว้ที่บริเวณหลังวัด โดยญาติๆ ช่วยประคองนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือกเดินไม่ได้ ไปดูพิธีเก็บศพ พร้อมขอร้องให้เปิดฝาโลงศพของ 2 พ่อลูกเพื่อขอดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย โดยทันทีที่นางวาสนาเห็นสภาพศพ ได้ร้องไห้โฮจนเกือบเป็นลมหมดสติ ทางญาติต้องเข้าไปปลอบใจ ก่อนพากลับบ้าน ท่ามกลางความสลดหดหู่สะเทือนใจของญาติและประชาชนที่มาร่วมงานศพ.

ที่มา>>>Thairath

สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น”

 * สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น” *

เด็กน้อยถีบเพื่อนตกน้ำ

เด็กชายถีบเพื่อนนักเรียนหญิงตกน้ำ เพื่อนอีกคนรีบไปช่วย แต่ถูกถีบตกน้ำตาม พยายามตะกายขอบปูนหวังขึ้นจากน้ำ กลับโดนเหยียบมือซ้ำจนต้องปล่อย สุดท้ายเสียชีวิตทั้งคู่ ด้านเด็กชายอ้าง “แค่หยอกเล่น”

วันที่ 24 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กหญิงพลัดตกน้ำสูญหายในคลองประเวศบุรีรมย์ หน้ามัสยิดอัลเอี๊ยะติซอม ซอยอ่อนนุช 43 ถนนสุขุมวิท 77 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อรับแจ้งแล้วจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชาวบ้านได้ช่วยกันงมหาร่างของเด็กหญิงดังกล่าว จนพบ ทราบชื่อคือ ด.ญ.ปิยาพัชร เปิดโปง อายุ 11 ขวบ ชาวไทย และด.ญ.สุภาวดี วาระทุม อายุ 12 ปี ชาวกัมพูชา นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง สภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่พยายามช่วยปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้และเสียชีวิตในที่สุด

รายงานข่าวระบุว่า เวลาต่อมา นายปิยปวัต เปิดโปง อายุ 45 ปี พ่อของ ด.ญ.ปิยาพัชร ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และทันทีที่เห็นศพถึงกับปล่อยโฮเข้ากอดร่างของลูกสาว ด้านนางรัตนา แดงสุวรรณ อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา มารดาของ ด.ญ.สุภาวดี ก็ได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ เมื่อพบร่างไร้วิญญาณของลูกสาวก็ถึงกับร้องไห้จนเป็นลมจนเกิดอาการช็อกหายใจไม่ทัน เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

อ่านเพิ่มเติม สุดสลด ! เด็กชายถีบเพื่อนตกน้ำตาย 2 คน อ้าง “แค่หยอกเล่น”

คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง

 * คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง *

ข่าวไร่ส้ม สรยุทธ

สรยุทธ สุทัศนะจินดา จัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ตามปกติ และอ่านคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

จากกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 20 ปี แต่ลดโทษให้เหลือ 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา อสมท. ต่อมาศาลชั้นต้นให้ประกันตัวชั่วคราว 2 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศและต้องมารายงานตัวทุก 30 วัน

ล่าสุด วันนี้ (1 มีนาคม 2559) นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ยังคงจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ พร้อมอ่านข่าวคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเองเป็นข่าวแรก โดยระบุว่า เคารพคำพิพากษาของศาล และขอใช้สิทธิในการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้